Category Archives: อัลกุรอ่านแปลไทย

109. ซูเราะฮฺ อัลกาฟิรูน (Al-Kafirun)

 

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 6 อายะฮฺ

ซูเราะฮฺ อัลกาฟิรูน เป็นซูเราะฮฺ มักกียะฮฺ ที่ให้ความเป็นเอกภาพแด่อัลลอฮฺ และพ้นจากการตั้งภาคี และการหลงทาง พวกมุชริกีนได้เรียกร้องท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไปสู่การทำสัญญาสงบศึก และเรียกร้องท่านให้สักการะบูชาบรรดาพระเจ้าของพวกเขาเป็นเวลาหนึ่งปี และพวกเขาจะเคารพภักดีพระเจ้าของท่านเป็นเวลาหนึ่งปีเช่นกัน ดังนั้นซูเราะฮฺจึงถูกประทานลงมาเป็นการตัดความหวังและความโลภของพวกกุฟฟาร และการชี้ขาดตัดสินข้อขัดแย้งระหว่างบรรดาผู้ศรัทธากับพวกบูชาเจว็ด และรูปปั้น อีกทั้งเป็นการตอบโต้แก่พวกกุฟฟารต่อการนึกคิดที่น่าสังเวชทั้งในปัจจุบันและอนาคต

1. จงกล่าวเถิด มุฮัมมัดว่า โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย
2. ฉันจะไม่เคารพภักดีสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดีอยู่
3. และพวกท่านก็ไม่ใช่เป็นผู้เคารพภักดีพระเจ้าที่ฉันเคารพภักดี
4. และฉันก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดี
5. และพวกท่านก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีพระเจ้าที่ฉันเคารพภักดี
6. สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน (*1*)
(1)  ทั้ง 6 อายาตของซูเราะฮฺนี้ ถูกประทานลงมาเป็นการตอบโต้ต่อข้อเสนอแนะของพวกมุชริกีนบางคน เช่น อัลวะลีด อิบนุล มุฆีเราะฮฺ และ อุมัยยะฮฺ อิบนฺ ค่อลัฟ ฯลฯ ข้อเสนอแนะนั้นคือให้ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคารพสักการะพระเจ้าของพวกเขาพร้อมกับพวกเขาเป็นเวลาหนึ่งปี และให้พวกเขาเคารพสักการะพระเจ้าของท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พร้อมกับท่านเป็นเวลาหนึ่งปี ทั้งนี้เป็นการปรองดองระหว่างกันและเป็นการสิ้นสุดการขัดแย้งระหว่างกันในทัศนะของพวกเขา ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมมิได้ตอบข้อเสนอแนะผู้ปฎิเสธศรัทธาต่อวะฮียฺของอัลลอฮฺ และต่อการให้ความเอกภาพ และบรรดาพวกมุชริกีนที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺว่า ฉันจะไม่เคารพภักดีต่อสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดีอยู่ในขณะนี้ตามข้อเสนอแนะของพวกท่าน และพวกท่านก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีในขณะนี้สิ่งที่ฉันเคารพภักดีอยู่ เพราะอัลลอฮฺทรงกำหนดกฏสภาวะแก่พวกท่านเช่นนั้น และฉันก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดีในอนาคตเป็นอันขาด และพวกท่านก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีสิ่งที่ฉันเคารพภักดีในอนาคตเป็นอันขาด เพราะพระเจ้าของฉันทรงรอบรู้ในจิตใจของพวกท่าน สภาพของพวกท่าน ความประพฤติที่น่าเกลียดของพวกท่าน และการงานที่ชั่วช้าของพวกท่าน สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน ฉันจะไม่ปฏิบัติตามแนวทางนั้น และสำหรับฉัน ก็คือศาสนาของฉัน พวกท่านจะไม่ปฏิบัติตามแนวทางของฉัน

110. ซูเราะฮฺ อัลนัศรฺ (An-Nasr)

 

เป็นบัญญัติมะดะนียะฮฺ มี 3 อายะฮฺ

        ซูเราะฮฺ อันนัศรฺ เป็นซูเราะฮฺมะดะนียะฮฺ ที่กล่าวถึงการพิชิตนครมักกะฮฺ ซึ่งทำให้มุสลิมได้รับเกียรติ อิสลามได้แพร่หลายในคาบสมุทรอาหรับและได้ทำลายล้างการตั้งภาคี และการหลงทางให้หมดสิ้นไป ด้วยการพิชิตครั้งนี้มนุษย์ได้พากันเข้าไปในศาสนาของอัลลอฮฺเป็นหมู่ ๆ ธงของอิสลามได้ถูกยกให้สูงขึ้น ลัทธิแห่งเจว็ดและรูปปั้นได้อันตรธานสูญหายไป ข่าวการพิชิตนครมักกะฮฺได้มีขึ้นก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นหลักฐานอันชัดแจ้งถึงการเป็นนะบีอย่างแท้จริงของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

1. เมื่อความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ และการพิชิตได้มาถึงแล้ว (*1*)
(1)  สามอายะฮฺของซูเราะฮฺนี้ถูกประทานลงมาในระยะสุดท้ายของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงวาระสุดท้ายของท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เมื่อความช่วยเหลือของอัลลอฮฺได้มาถึงเจ้าแล้ว ดังนั้นเจ้าจะได้รับชัยชนะเหนือศัตรูของเจ้าทุก ๆ สมรภูมิที่เจ้าทำสงคราม และการพิชิตได้มาถึงเจ้าแล้ว คือการพิชิตนครมักกะฮฺ และเมืองนี้ได้กลายเป็นเมืองอิสลาม หลังจากได้เคยเป็นเมืองกุฟรฺ
2. และเจ้าได้เห็นประชาชนเข้าในศาสนาของอัลลอฮฺเป็นหมู่ ๆ (*1*)
(1)  และเจ้าได้เห็นประชาชนที่เป็นชาวเยเมนและชนชาติอื่น ๆ เข้าสู่ศาสนาของเจ้าคือ ศาสนาอิสลามเป็นหมู่ ๆ ซึ่งแต่ก่อนนี้มีผู้เข้าสู่ศาสนานี้ทีละคนเพราะความกลัว
3. ดังนั้นจงแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้า และจงขออภัยโทษต่อพระองค์เถิด แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษเสมอ (*1*)
(1)  ดังนั้นเมื่อเจ้าประสบพบเห็นเช่นนี้แล้วก็จงแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้าเป็นการขอบคุณต่อพระองค์ อันเนื่องมาจากความโปรดปรานแห่งความช่วยเหลือ การพิชิตตนครมักกะฮฺ การที่ประชาชนเข้ามาในศาสนาของเจ้า และการสิ้นสุดศาสนาจอมปลอมของพวกมุชริกีน และจงขออภัยโทษต่อพระองค์เพื่อตัวของเจ้าและประชาชาติของเจ้า แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษอย่างมากต่อปวงบ่าวของพระองค์พระองค์ทรงรับการเตาบะฮฺของพวกเขา ทรงอภัยโทษในความผิดของพวกเขา และทรงเอ็นดูเมตตาต่อพวกเขา

111. ซูเราะฮฺ อัลมะซัด (Al-Masad)

 

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 5 อายะฮฺ

       ซูเราะฮฺ อัลมะซัด เป็นซูเราะฮฺ มักกียะฮฺ และมีชื่ออื่นอีกคือซูเราะฮฺ อัลละฮับ และซูเราะฮฺตั๊บบัต ซูเราะฮฺ ได้กล่าวถึงความพินาจของอะบีละฮับ ศัตรูของอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เขาได้ละทิ้งการงานของเขาและติดตามท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อทำลายการเรียกร้องเชิญชวนของท่าน และปิดกั้นมหาชนมิให้ศรัทธาต่อท่าน ซูเราะฮฺได้สัญญากับเขาไว้ในวันอาคิเราะฮฺว่าจะอยู่ในไฟนรกและจะถูกเผาไหม้ และภริยาของเขาก็จะอยู่สภาพเดียวกัน กับได้จัดเตรียมการลงโทษชนิดพิเศษไว้ให้แก่นางด้วย คือรอบคอของนางจะมีเชือกถักด้วยใยอินทผลัมคล้องคอ เพื่อดึงลงนรก เป็นการเพิ่มการทรมานและความอัปยศให้แก่นางอีกโสตรหนึ่งด้วย

1. มือทั้งสองของอะบีละฮับจงพินาศ และเขาก็พินาศแล้ว (*1*)
(1)  ทั้ง 5 อายาตของซูเราะฮฺนี้ ถูกประทานลงมาเป็นการตอบโต้แก่อะบีละฮับ อาของท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทั้งนี้เนื่องจากว่าเมื่ออายะฮฺที่ว่า “จงตักเตือนวงศาคณาญาติของเจ้าที่ใกล้ชิด” จากซูเราะฮฺ อัชชุอะรออฺถูกประทานลงมา ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ขึ้นไปบนภูเขาอัศศ่อฟา แล้วได้เรียกร้องมหาชนให้มาชุมนุมกัน ครั้นเมื่อประชาชนได้มาชุมนุมล้อมรอบท่านแล้ว ท่านได้กล่าวแก่พวกเขาว่า “แท้จริงฉันขอเตือนพวกท่านถึงการเผชิญหน้ากับการลงโทษอย่างแสนสาหัส พวกท่านจงกล่าวคำว่า “ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ” คำคำนี้พวกท่านจะครอบครองมีอำนาจเหนือชาวอาหรับและชาวต่างชาติก็จะปฏิบัติตามพวกท่าน อะบูละฮับได้กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้น่ะหรือที่เจ้าเรียกพวกเรามาชุมนุม ความพินาศจงมีแด่เจ้าตลอดวันนี้ อัลลอฮฺ ตะอาลาจึงประทานซูเราะฮฺนี้ลงมาเป็นการตอบโต้แก่เขาว่า “มือทั้งสองของอะบีอะฮับจงพินาศ และเขาก็พินาศแล้ว” นี้คือประโยคการวิงวอน ดังนั้นเขาจึงพินาศและประสบกับความหายนะด้วยการเป็นโรคร้ายแรงจนไม่สามารถจะอาบน้ำศพของเขาได้ และเขาก็พินาศแล้วเป็นการบอกเล่าจากอัลลอฮฺ ตะอาลา ถึงความพินาศของอะบีละฮับแล้ว
2. ทรัพย์สมบัติของเขา และสิ่งที่เขาได้ขวนขวายไว้นั้นมิได้อำนวยประโยชน์แก่เขาเลย
3. เขาจะเข้าไปเผาไหม้ในนรกที่มีไฟลุกโชน (*1*)
(1)  เมื่ออัลลอฮฺทรงกริ้วเขาและให้เขาเข้าสู่นรกญะฮันนัม ทรัพย์สมบัติของเขาและทรัพย์สินเงินทองที่เขาแสวงหาเอาไว้นั้นก็ไม่อาจจะปกป้องเขาให้พ้นจากการลงโทษได้ เขาจะเข้าไปเผาไหม้ในนรกญะฮันนัมที่มีไฟลุกโชติช่วง
4. ทั้งภริยาของเขาด้วย นางเป็นผู้แบกฟืน
5. ที่คอของนางมีเชือกถักด้วยใยอินทผลัม (*1*)
(1)  ภริยาของเขาคืออุมมุญะมีล ตาเสียข้างหนึ่งก็จะเป็นผู้แบกฟืนของไฟนรก เพราะนางเป็นผู้ขัดขวางท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ด้วยการวางหนามตลอดทางที่ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ใช้เดินทางไปละหมาดศุบฮฺ ณ มัสยิดอัลฮะรอม และที่คอของนางจะมีเชือกที่ถักด้วยใยอินทผลัมคล้องคอนางอยู่ เพื่อใช้ดึงนางไปสู่นรกญะฮันนัม

112. ซูเราะฮฺ อัลอิคลาส (Al-Ikhlas)

 เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 4 อายะฮฺ

        ซูเราะฮฺ อัลอิศลาศ เป็นซูเราะฮฺ มักกียะฮฺ ที่กล่าวถึงคุณลักษณะของอัลลอฮฺ ญัลละวะอาลา พระผู้ทรงเอกะ รวมไว้ด้วยคุณลักษณะอันสมบูรณ์ ทรงพอเพียงจากทุกสิ่งนอกจากพระองค์ทรงบริสุทธิ์จากลักษณะต่าง ๆ ที่บกพร่องไม่สมบูรณ์ และจากการเป็นเพศและการเท่าเทียม ซูเราะฮฺได้ตอบโต้พวกนะศอรอที่กล่าวตั้งพระเจ้าสามองค์ และตอบโต้พวกมุชริกีนที่ตั้งให้อัลลอฮฺมีลูกหลาน

1. จงกล่าวเถิด มุฮัมมัด พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ (*1*)
(1)  โอ้มุฮัมมัด จงกล่าวแก่พวกมุชริกีนผู้เยาะเย้ยว่า พระเจ้าของฉันซึ่งฉันเคารพภักดีอยู่ ซึ่งฉันได้เรียกร้องพวกท่านเพื่อการเคารพภักดีต่อพระองค์นั้น พระองค์ทรงเป็นเอกะทรงเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีผู้ใดเป็นภาคีต่อพระองค์ ไม่เหมือนและไม่คล้ายคลึงกับพระองค์ ไม่ว่าในรูปร่างหรือคุณลักษณะของพระองค์ และไม่ว่าในการกระทำต่าง ๆ ของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงเป็นหนึ่งเดียวและทรงเอกะ มิใช่ดังเช่นพวกนะศอรอได้เชื่อมั่นกันว่าเป็น “ตรีเอกานุภาพ” คือความเชื่อถือว่า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์เป็น 3 บุคคล ที่รวมเป็นหนึ่ง และมิใช่ดังเช่นพวกมุชริกีนเชื่อมั่นกันว่ามีพระเจ้าหลายพระองค์
2. อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นที่พึ่ง (*1*)
(1)  คืออัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงเป็นเป้าหมายในความต้องการตลอดไป ทุกสิ่งที่ถูกบังเกิดมาย่อมมีความต้องการต่อพระองค์ และทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก และพระองค์ทรงพอเพียงจากสากลโลก
3. พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ (*1*)
(1)  คือพระองค์ไม่ทรงตั้งพระบุตรขึ้นมา คำกล่าวอ้างของพวกยะฮูดที่ว่า “อุไซรเป็นบุตรของอัลลอฮฺ” และพวกนะศอรอที่กล่าวว่า “อัลมะเซียฮฺเป็นบุตรของอัลลอฮฺ” และพวกมุชริกีนอาหรับที่กล่าวว่า “มะลาอิกะฮฺเป็นบุตรีของอัลลอฮฺ” และพระองค์ไม่ทรงถูกประสูติ จากพระบิดาและพระมารดา เพราะทุกสิ่งที่ถูกคลอดออกมาย่อมเป็นของใหม่ แต่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงเก่าแก่ดั้งเดิม ดังนั้นจึงไม่สมควรที่พระองค์ทรงถูกประสูติและไม่ทรงเป็นพระบิดา
4. และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ (*1*)
(1)  ไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดเสมอเหมือนหรือเทียบเท่ากับพระองค์ ไม่ว่าในรูปร่างหรือคุณลักษณะหรือการกระทำของพระองค์ อิบนฺกะซีรกล่าวว่า พระองค์ทรงกรรมสิทธิ์ และทรงสร้างทุกสิ่งอย่าง ดังนั้นจะมีผู้ใดหรือสิ่งใดที่พระองค์ทรงสร้างเสมอเหมือนหรือเทียบเท่ากับพระองค์ได้อย่างไร ?

113. ซูเราะฮฺ อัลฟะลัก (Al-Falaq)

 เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 5 อายะฮฺ

        ซูเราะฮฺ อัลฟะลัก เป็นซูเราะฮฺ มักกียะฮฺ ในซูเราะฮฺนี้เป็นการสอนแก่ปวงบ่าวให้หันไปพึ่งและขอความคุ้มกันจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี และขอความคุ้มครองด้วยพระเกียรติและอำนาจของพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายของสิ่งที่ถูกสร้างทั้งมวล และความชั่วร้ายของเวลากลางคืนเมื่อมันมืดลง เพราะจิตใจจะต้องเผชิญกับความเปล่าเปลี่ยวในเวลากลางคืน และเนื่องจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายตลอดจนพวกคนเสเพลย่อมจะกระจัดกระจายเพื่อหาเหยื่อของมัน และขอให้พ้นจากความชั่วร้ายของทุกผู้เสกเป่าและผู้อิจฉา ซึ่งซูเราะฮฺนี้เป็นหนึ่งของสองซูเราะฮฺที่ใช้ในการขอความคุ้มครอง ซึ่งท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ใช้ขอความคุ้มครองตัวของท่านด้วยสองซูเราะฮฺดังกล่าวนี้

1. จงกล่าวเถิด มุฮัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ (*1*)
(1)  เมื่อลุบัยดฺ อิบนุลอะฮฺศ็อม ชาวยิวได้ใช้เวทย์มนตร์เป่าท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อัลลอฮฺ ตะอาลา จึงประทานสองซูเราะฮฺ อัลมุเอาวะซะไตนฺลงมา เป็นการสอนให้ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงสร้างมาทั้งหมดในจักรวาล สิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต การที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงใช้ให้ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ คือพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ ก็เพราะว่าเวลารุ่งอรุณเป็นเวลาที่สำคัญควรให้ความสนใจ และเวลารุ่งอรุณเป็นเวลาที่แสงสว่างในตอนเช้าได้เริ่มฉายแสงออกมา หลังจากที่ความมืดได้ปกคลุมมันในระยะเวลาหนึ่ง
2. ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่พระองค์ได้ทรงบันดาลขึ้น
3. และจากความชั่วร้ายแห่งความมืดของเวลากลางคืนเมื่อมันแผ่คลุม
4. และจากความชั่วร้ายของบรรดาผู้เสกเป่าในปมเงื่อน
5. และจากความชั่วร้ายของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา (*1*)
(1)  ในซูเราะฮฺนี้ อัลลอฮฺ ตะอาลา ใช้ให้ขอความคุ้มครองจากความชั่วร้ายต่างๆ 4 อย่างด้วยกัน คือความชั่วร้ายจากทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา ความชั่วร้ายจากสิ่งที่เกิดขึ้นในความมืดของเวลากลางคืน ความชั่วร้ายของนักเสกเป่าเวทมนตร์คาถาในปมเงื่อนต่าง ๆ และความชั่วร้ายของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา ความชั่วร้ายทั้ง 4 อย่างดังกล่าวมานี้ได้ครอบคลุมถึงทุก ๆ สิ่งที่เขากลัวจะเป็นอันตรายและเกิดโทษแก่เขา

114. ซูเราะฮฺ อันนาส (An-Nas)

 

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 6 อายะฮฺ

ซูเราะฮฺ อันนาส เป็นซูเราะฮฺ มักกียะฮฺ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองซูเราะฮฺ ที่ถูกขอความคุ้มครอง ในซูเราะฮฺมีการขอให้พ้นและขอความคุ้มครองด้วยพระเจ้าผู้ทรงเอกะ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ให้พ้นจากความชั่วร้ายของศัตรูตัวฉกาจคือ อิบลีส และพรรคพวกของมัน ที่เป็นชัยฏอนมารร้ายแห่งมนุษย์ และญิน ซึ่งได้หลอกล่อมนุษย์ด้วยการกระซิบกระซาบและการทำชั่วในวิธีการต่าง ๆ

คัมภีร์อันมหาประเสริฐจบลงด้วยสองซูเราะฮฺ อัลมุเอาวะซะไตน คือสองซูเราะฮฺที่ขอความคุ้มครองและเริ่มต้นด้วยอัลฟาติหะฮฺ เพื่อให้รวมไว้ระหว่างการเริ่มที่ดี และการจบที่ดี และนั่นนับได้ว่าเป็นการดีและสวยงามที่สุด เพราะบ่าวนั้นจะต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ และขอความคุ้มครองด้วยพระองค์ตั้งแต่แรกเริ่มของกิจการจนกระทั่งสุดท้ายของมัน

1. จงกล่าวเถิด มุฮัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งมนุษย์ชาติ
2. พระราชาแห่งมนุษย์ชาติ
3. พระเป็นเจ้าแห่งมนุษย์ชาติ (*1*)
(1)  จงกล่าวเถิด โอ้มุฮัมมัดเอ๋ย ข้าพระองค์ขอพึ่งและขอความคุ้มครองด้วยพระผู้สร้าง พระผู้ทรงอภิบาล และพระผู้ทรงกำหนดกิจการต่าง ๆ ของมนุษย์ พระองค์เป็นพระราชาเป็นผู้ทรงสิทธิเหนือสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหมด คือบรรดาผู้ที่เป็นผู้ปกครองและถูกปกครอง เป็นผู้ทรงอภิสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ เป็นผู้ปกครองพวกเขาทั้งมวลทรงเป็นผู้จัดระบบการงาน เป็นผู้ทรงให้มีเกียรติและทรงให้ต่ำต้อย เป็นผู้ทรงให้ร่ำรวยและทรงให้ยากจน พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งมนุษย์ชาติ เป็นผู้ถูกเคารพสักการะ ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์
4. ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ
5. ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์
6. จากหมู่ญินและมนุษย์ (*1*)
(1)  คือขอความคุ้มครองด้วยอัลลอฮฺ ซึ่งมีคุณลักษณะดังกล่าวในข้อ 1 ให้พ้นจากความชั่วร้ายของชัยฎอน ซึ่งมันจะนำซึ่งความนึกคิดที่ชั่วร้ายให้เกิดขึ้นในจิตใจ มันจะกระซิบกระซาบและหลอกล่อมนุษย์ให้เกิดปฏิกริยาต่อต้านและดื้อรั้นฝ่าฝืน มันจะหายตัวหรือหลบหนีไปเมื่อบ่าวรำลึกถึงพระเจ้าของเขา และมันจะกลับมาหลอกล่อ และกระซิบกระซาบอีกเมื่อบ่าวเผลอไผล และลืมรำลึกถึงพระเจ้าของเขา อัลกุรฏบีย์กล่าวว่า การกระซิบกระซาบของมันคือการเรียกร้องให้เชื่อฟังมันด้วยคำพูดที่แผ่วเบา ซึ่งเป็นที่เข้าใจโดยไม่ได้ยินเสียงผู้ที่กระซิบกระซาบนั้น คือชัยฏอนที่เป็นญินและมนุษย์
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.